“รักแรกพบ” ในหลวง-พระราชินี กับภาพแห่งความทรงจำ

เมื่อครั้งถูกสัมภาษณ์ว่า..ทำไมพระองค์จึงไม่ค่อยยิ้ม? 

พระองค์ทรงหันไปทางพระราชินีแล้วมีพระราชดำรัสว่า  she is my smile”

1

“รักแรกพบของในหลวงกับพระราชินี” เรื่องราวสุดแสนประทับใจที่จะทำให้เราอดยิ้มตามไม่ได้และติดตรึงอยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน โดยย้อนหลังไปปีพุทธศักราช 2521 เป็นปีที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานสัมภาษณ์ ในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “ขวัญของชาติ” ออกเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ BBC กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชทานสัมภาษณ์ถึง “รักแรกพบ” ของในหลวง-พระราชินี มีความตอนหนึ่งว่า…

“สำหรับข้าพเจ้าเป็นการเกลียดแรกพบมากกว่า รักแรกพบ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้วเสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมายตั้ง 3 ชั่วโมง”

“ทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบมากกว่า”

4

เมื่อเสด็จฯ มาถึงราชเลขาฯ ได้เชิญแต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะเสวย แล้วให้เด็กไปรับประทานอาหารจีนอีกที่ จึงทำให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์เคืองอยู่นิดๆ เมื่อตรัสถึงเรื่องนี้ทั้งสองพระองค์จะทรงพระสรวล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงล้อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า “เดินตุปัดตุเป๋ หน้างอ คอยถอนสายบัว” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงกราบบังคมทูลตอบว่า  “ที่หน้างอ เพราะให้แต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะเสวย เด็กกลับไล่ไปกินที่อื่น”

5

โดยในปี พ.ศ.2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาอยู่ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พระองค์ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งจากเมืองโลซานน์มาที่กรุงปารีสเพื่อทอดพระเนตรโรงงานทำรถยนต์และการแสดงดนตรีของคณะดนตรีที่มีชื่อเสียง โดยในครั้งนั้น ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสและครอบครัวจึงมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ

10

7

9

ในการเสด็จเยือนครั้งแรก สมเด็จพระราชชนนีรับสั่งเป็นพิเศษว่าให้ไปทอดพระเนตรลูกสาวของ ม.จ.นักขัตรมงคลด้วยว่า “สวยน่ารักไหม” และยังทรงกำชับว่า “เมื่อถึงปารีสแล้วให้โทรบอกแม่ด้วย” เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินถึงปารีสแล้ว จึงโทรศัพท์ตอบคำถามสมเด็จพระบรมราชชนนีว่า “เห็นแล้ว น่ารักมาก” ณ ที่แห่งนี้เองคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทรงพบ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ซึ่งมีความสนใจในศิลปะการดนตรีอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นในการเฝ้าฯ รับเสด็จทุกครั้งจึงก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับครอบครัวกิติยากร โดยเฉพาะกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์

16

จนเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2491 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และมีพระราชกระแสรับสั่งให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์เข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการ และถวายการพยาบาลอย่างใกล้ชิดเป็นประจำ โดย ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เขียนเล่าใน “บันทึก เป็น อยู่ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” ไว้คราวหนึ่งว่า สิ่งแรกเมื่อรู้สึกพระองค์คือทรงหยิบรูป ม.ร.ว.สิริกิติ์ออกจากพระกระเป๋า ส่งถวายสมเด็จพระราชชนนี พร้อมกับรับสั่งว่า “แม่ เรียกสิริมาที”

2_1

ซึ่งตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประสบอุบัติเหตุ ทรงได้รับบาดเจ็บที่พระเนตรและพระเศียร ตอนเข้าเฝ้าฯ ก็ให้จับพระหัตถ์ท่านแล้วบอกชื่อ พอถึงสมเด็จฯ ท่านก็ทูลว่า “ม.ร.ว.สิริกิติ์ เพคะ” พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงจับมืออยู่นานพอสมควรเลย…

8

ท่านผู้หญิงเกนหลงกล่าวว่า รูปม.ร.ว.สิริกิติ์รูปนั้นเป็นรูปแรกที่ทรงถ่าย ซึ่งเป็นรูปหมู่ที่ถ่ายตอนบุคคลเข้าเฝ้าฯ ณ สถานทูต ม.ร.ว.สิริกิติ์อยู่เป็นคนสุดท้าย เห็นหน้าไม่ชัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า “ยู้ฮู คนข้างหลังโผล่หน้ามาหน่อยสิ” รูปนั้นทรงตัดเฉพาะหน้าม.ร.ว.สิริกิติ์ไว้ในพระกระเป๋า

18

19

พระราชินีทรงตรัสว่า “ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่านทรงรักข้าพเจ้า…เพราะเวลานั้น อายุเพิ่งย่าง 15 ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนประทับอยู่ที่โรงพยาบาลหลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมากตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนีฯ พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าพระองค์ทรงมีรูปข้าพเจ้าอยู่”

20

“แล้วพระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า”

“ตอนนั้นข้าพเจ้านึกแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น

ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่และภาระของพระราชินีเลย”

14

15

13

18

6_1

17

24

23_1

23

เรื่องราวความรักอันสุดแสนประทับใจนี้ นับเป็นกำลังใจอย่างดียิ่งให้กับพวกเราชาวไทย
ณ ช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เพราะนอกจากจะได้สัมผัสถึงความใกล้ชิดในความรักอันยิ่งใหญ่ระหว่างทั้งสองพระองค์
ผู้เปรียบเสมือนเป็นกล่องดวงใจของคนไทยทั้งชาติแล้ว
ยังสะท้อนให้ระลึกถึงพระเมตตา ความเอื้ออาทร ต่อพสกนิกรชาวไทยอันเปรียบเสมือนเป็นลูกๆของท่านอีกด้วย

♦ จากนี้ไปการเดินตามรอยเท้าและคำสอนของพ่อจะเป็นเรื่องที่พวกเราไม่มีวันลืม ♦

21

ธ ทรงเป็นพระมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่

ธ ทรงเป็นหลักชัยอันสูงค่า

ธ ทรงเป็นร่มโพธิ์ไทรในนภา

ธ ทรงเป็นพระราชาของข้าไทย

เป็นหยาดฝนโชลมใจไทยทั่วถิ่น

เป็นเหมือนน้ำที่หลั่งรินให้กินใช้

พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ปัดเป่าภัย

ขอเกิดในใต้พระบาททุกชาติกาล

♦ ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ♦

 


ที่มา :  https://picnic.ly/

ใส่ความเห็น