พระราชพิธี “ราชาภิเษกสมรส” คู่พระบารมี ในหลวง-พระราชินี

พระราชพิธี “ราชาภิเษกสมรส” คู่พระบารมี ในหลวง-พระราชินี

 

วันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2493 ถือเป็นวันอันเป็นศิริมงคลยิ่งสำหรับปวงชนชาวไทย ที่มีโอกาสได้เห็นและได้ร่วมชื่นชมในพระราชพิธี “ราชาภิเษกสมรส” ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร (พระยศในขณะนั้น) แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสในครั้งนั้น เป็นพระราชพิธีที่เรียบง่ายและแทบจะเรียกได้ว่า “สิ้นเปลืองน้อยที่สุดในโลก”

 

DSC_2734

 

 

พระธำมรงค์องค์เก่าDSC_2719

ย้อนกลับไปขณะที่ทั้งสองพระองค์ พักอยู่ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ท่านผู้หญิงเกนหลงเล่าไว้ใน ‘บันทึก เป็น อยู่ คือฯ’ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้านักขัตรมงคล และครอบครัวมาเฝ้าฯ และทรงมอบหมายให้หม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริเป็นผู้ทูลทาบทามเรื่องที่จะทรงขอหมั้นหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์

เมื่อสมเด็จพระราชชนนีได้รับสั่งขอหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ต่อหม่อมเจ้านักขัตรมงคลแล้ว พระราชพิธีทรงหมั้น จัดขึ้นเป็นการภายในอย่างเรียบง่าย ที่โรงแรมวินด์เซอร์ เมืองโลซานน์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงสวมพระธำมรงค์เป็นของหมั้นแด่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ โดยพระธำมรงค์ซึ่งทรงใช้หมั้น เป็นพระธำมรงค์องค์เก่า องค์เดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงใช้หมั้นสมเด็จพระบรมราชชนนีมาก่อน

ไม่โปรดงานเอิกเกริก

หลังจากทรงหมั้น และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์กลับมาอยู่ที่พระตำหนักหม่อมเจ้านักขัตรมงคลพร้อมครอบครัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ไม่โปรดให้พระคู่หมั้นไปงานเป็นการเอิกเกริก ท่านผู้หญิงเกนหลงเล่าว่า “โปรดที่จะเสด็จฯมาในตอนเย็น เพื่อร่วมเสวยพระสุธารสกับพระคู่หมั้น ณ กลางสนามพระตำหนักเทเวศน์ ท่ามกลางความสงบสุขร่มเย็นของสายลมจากแม่น้ำเจ้าพระยา”

 –
พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส   

 

DSC_2701การพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ จัดขึ้น ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ณ วังสระปรุม สถานที่ซึ่งเคยจัดการอภิเษกสมรสระหว่างสมเด็จพระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมาก่อน  

พระราชพิธีเรียบง่าย เริ่มขึ้นจากตอนเช้าหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ทรงพาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ไปเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลงพระปรมาภิไธยใน ‘สมุดทะเบียนราชาภิเษกสมรส’ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ หม่อมเจ้านักขัตรมงคลและหม่อมหลวงบัว ลงพระนามและลงนามตามลำดับ

DSC_2702

DSC_2703

แล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำเสด็จฯหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ขึ้นเฝ้าถวายดอกไม้ธูปเทียนแพ แด่สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่เฉลียงพระตำหนักชั้นบน สมเด็จพระพันวัสสาฯ ถวายน้ำพระพุทธมนต์เทพมนต์ และทรงเจิมแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และทรงเจิมแก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์

DSC_2705

DSC_2713

 

หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามโบราณราชประเพณี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

 

DSC_0019

 

DSC_2707

 

ตอนค่ำวันนั้นมีพระราชทานเลี้ยงบนพระตำหนักเป็นการภายในระหว่างพระญาติสนิท และข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดไม่เกิน 20 คน ทรงเป็นแบบอย่างการเริ่มต้นสร้างครอบครัวอย่าง “สิ้นเปลืองน้อย” มาตั้งแต่วันแรกที่ทรงเริ่มต้นใช้ “ชีวิตคู่”

 

DSC_2730

DSC_2724

DSC_2736

DSC_2714

DSC_2708

DSC_2697

DSC_2698

DSC_2700

DSC_0038

DSC_00039

DSC_0027

DSC_0025

DSC_0023

DSC_0018

DSC_0017

DSC_0016

DSC_0013

DSC_0011

DSC_0008

DSC_0002

DSC_2712

DSC_2735

DSC_2722

DSC_2721

DSC_2733

DSC_2717

DSC_2732

หาก “การแต่งงาน” ของสามัญชนทั่วไป เป็นเสมือนการประกาศเจตนารมณ์ของคนสองคนที่มั่นใจในความรักระหว่างกัน ว่าจะร่วมสร้างครอบครัว และอยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตลอดไป พระราชพิธีราชาภิเษกสมรสของ “ในหลวง” และ “พระราชินี” ก็เป็นเช่นนั้น เพียงแต่ “ครอบครัว” ของทั้งสองพระองค์มีความหมายกว้างไกลครอบคลุมไปถึงพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ สมดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

 


 

ที่มา :  http://dichan.mthai.com/

ใส่ความเห็น