พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ

พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ

เผยแพร่เมื่อ 17 ต.ค. 2016

พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่จันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2470 ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 3 ในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ หรือสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา หรือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระนามว่า พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช โดยพระนามภูมิพล มีความหมายว่า พลังของแผ่นดิน ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งในกาลต่อมาว่า ทรงเป็นพลังแห่งแผ่นดินโดยแท้จริง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระเชษฐภคินี คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์

ในปี 2471 สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงสำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา และเสด็จนิวัติกลับประเทศไทย พร้อมด้วยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชธิดา และพระราชโอรส และได้เสด็จมาประทับ ณ วังสระปทุม ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระบรมราชชนนี จวบจนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุไม่ถึง 2 พรรษา

ในปี 2475 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มเข้าศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2476 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงนำพระโอรส พระธิดา ทั้ง 3 พระองค์ เสด็จไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อการศึกษาและพระอนามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช จากนั้น จึงทรงเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน 2477 โดยทรงศึกษาทั้งวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ เมื่อสำเร็จชั้นประถมศึกษา ได้ทรงเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนเอกอล นูแวล เดอ ลา ซูวิส โรมองต์ (Ecole Nouvelle de la Suisse Romande) เมืองแซลลี ซูร์ โลซาน (Chailly-sur Lausanne)

เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบตามกฎมณเทียรบาลให้กราบบังคมทูลเชิญ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ขณะมีพระชนมายุเพียง 8 พรรษาเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์ขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2478

ในเดือนพฤศจิกายน 2481 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เสด็จนิวัติประเทศไทย พร้อมด้วยสมเด็จพระราชชนนี สมเด็จพระเชษฐภคินี และสมเด็จพระอนุชา โดยได้ประทับ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อทรงศึกษาต่อ

เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2488 ได้เสด็จนิวัติประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 โดยได้ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 รัฐสภาได้ลงมติเป็นเอกฉันท์ให้กราบบังคมทูลเชิญ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติสืบต่อสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช และได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างที่รถยนต์พระที่นั่งเคลื่อนผ่านพสกนิกรที่รอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ส่งเสด็จอยู่ตลอดสองข้างทางไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง ทรงได้ยินเสียงราษฎรตะโกนขึ้นว่า “ในหลวง อย่าละทิ้งประชาชน” ซึ่งได้พระราชนิพนธ์พระราชทานแก่หนังสือ “วงวรรณคดี” ในภายหลังว่าทรงนึกตอบในพระราชหฤทัยว่า “ถ้าประชาชนไม่ละทิ้งข้าพเจ้าแล้ว “ข้าพเจ้าจะละทิ้งประชาชนอย่างไรได้”

ระหว่างที่ทรงศึกษาในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงได้เปลี่ยนแผนการศึกษาจากแผนกวิชาวิทยาศาสตร์ มาเป็นสาขาวิชาสังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์

ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส และหม่อมหลวงบัว กิติยากร เป็นครั้งแรก ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2491 ทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยรถยนต์พระที่นั่งที่ทรงขับชนกับรถบรรทุกอย่างแรง เป็นผลให้เศษกระจกกระเด็นเข้าพระเนตรขวา พระอาการสาหัสแม้ว่าจะได้รับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องแต่พระอาการไม่ดีขึ้น จนทรงไม่สามารถใช้พระเนตรขวาได้อีก ระหว่างนั้น หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ได้มีโอกาสเฝ้าเยี่ยมพระอาการอยู่เป็นประจำ และสมเด็จพระราชชนนี ทรงขอให้หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ย้ายมาศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จนทรงมีจิตปฏิพัทธ์สัมพันธ์ใกล้ชิดนับแต่นั้นเป็นต้นมา


ที่มา : youtube vr channel7

ใส่ความเห็น