โครงการศิลปาชีพพิเศษ

โครงการศิลปาชีพพิเศษ

โครงการศิลปาชีพพิเศษ

“…การส่งเสริมให้เด็กรู้จักประเพณีนิยมของไทยไม่ให้ลืมศิลปะดั้งเดิมของเรานั้นเป็นที่น่าอนุโมทนายิ่งนัก…”

พระราชดำรัส
ในวันเปิดงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน
กระทรวงศึกษาธิการ
๑ ธันวาคม ๒๕๐๕

ความทั่วไป
ในการดำเนินงานต่างๆ  ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดังกล่าวมา ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญที่ต้องนำมากล่าวไว้ในที่นี้ด้วยว่า การพัฒนาส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงกระทำในทุกด้านไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่ได้กล่าวไว้แล้ว ยังมีการพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือนควบคู่ไปด้วยเสมอ
การอุตสาหกรรมในครัวเรือน เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการดำรงชีพตามปกติ ซึ่งเรื่องนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นผู้ดำเนินงานอย่างแข็งขัน เพื่อช่วยสนับสนุนพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรให้เกิดเป็นจริงขึ้นได้

 แนวพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการศิลปาชีพิเศษ
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับสนองพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่าจะบำบัดทุกข์บำรุงสุขแห่งอาณาประชาราษฎร์ของพระองค์ จึงทรงอุทิศกำลังพระวรกาย ตลอดจนพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อดำเนินการสนับสนุนส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือน โดยมีพระราชดำริให้จัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษขึ้น และทรงรับไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ด้วยทรงเห็นว่าประชาชนชาวไทยนั้นเป็นผู้มีฝีมือในด้านศิลปาชีพหัตถกรรมสืบทอดกันมาช้านาน แต่ปัจจุบันนี้ ผู้ที่มีฝีมือดังกล่าวนับวันจะลดน้อยถอยลงไปทุกที และวันหนึ่งข้างหน้าอาจสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย จึงมีพระราชประสงค์ที่จะให้มีการฟื้นฟูมาอีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะช่วยยกฐานะราษฎรในชนบทที่ยากจน และชาวนาชาวไร่ที่ทำการเกษตรกรรมไม่เป็นผล ให้มีอาชีพเสริมและมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงพอที่จะดำรงชีวิตและครอบครัวให้อยู่ดีมีสุขแล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูสงวนไว้ซึ่งศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติให้ฟื้นคืนกลับมา และสามารถสืบทอดให้ยั่งยืนเป็นมรดกศิลปสมบัติของชาติสืบต่อไปด้วย
การดำเนินการ
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษฯ ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 21 กรกฏาคม พ.ศ.2519 ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ
มูลนิธิมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การส่งเสริมการหารายได้พิเศษให้แก่ครอบครัวชาวนา ชาวไร่ ผู้มีรายได้น้อยนอกฤดูกาลการทำนา โดยให้ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมในครัวเรือน คือ การประดิษฐ์ศิลปหัตถกรรมต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมจัดหาตลาดให้กับผลิตผลจากอุตสาหกรรมครัวเรือนเหล่านี้ด้วย
งานศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านและงานช่างฝีมือนี้ ได้ทรงส่งเสริมในทุกภาคตามความคุ้นเคยของประชาชน ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ที่จะพึ่งพาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ โดยที่ภาคกลางได้นำป่านศรนารายณ์  ลาน หรือหางอวน มาถักทอเป็นกระเป๋า หมวก รองเท้า ที่รองจาน และอื่นๆ มีการส่งครูไปฝึกการทอผ้าฝ้าย รวมทั้งให้มีการปั้นตุ๊กตาชาววังหรือตุ๊กตาไทย  ซึ่งโครงการปั้นตุ๊กตาไทยนี้ นอกจากเป็นการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรแล้ว ยังเป็นการรักษาศิลปวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของไทย เป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปในต่างประเทศ เพราะตุ๊กตาไทยได้จำลองกิริยาท่าทาง การแต่งกาย ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีวัฒนธรรมไว้เป็นอย่างดี

ในภาคเหนือ โปรดเกล้าฯ ให้มีโครงการทอผ้าไหม ผ้ายก ผ้าตีนจก และผ้าฝ้ายเนื้อหนา เกี่ยวกับงานเย็บปักถักร้อย ทำไม้แขวนเสื้อ และเครื่องเงินชาวเขาที่ใช้เป็นเครื่องประดับ เนื่องด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โดยเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมชาวไทยภูเขา ได้ทรงทราบว่า ชาวไทยภูเขาเผ่าเย้ามีเครื่องแต่งกายที่ปักเป็นลวดลายและสีสันงดงาม ทั้งเป็นศิลปะที่ได้สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว จึงทรงส่งเสริมและสนับสนุนงานปักของชาวเย้าไว้มิให้สูญหายไปด้วย ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ราษฎรนิยมทอผ้ามัดหมี่ และผ้าไหมใช้เองอยู่ก่อนแล้ว แต่ขาดแคลนไหมที่ใช้ทอ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้สนับสนุนการเลี้ยงไหมพันธุ์พื้นเมือง และการทอซิ่นไหมมัดหมี่ โดยการทอจากลายเก่าๆ แบบพื้นเมืองและได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นค่าวัสดุและค่าแรง แล้วทรงรับซื้อผ้าที่ราษฎรทอขึ้น นอกจากนั้น ผู้ที่ทอผ้าฝีมือดีเด่น ก็จะได้รับพระราชทานรางวัลพิเศษต่างหากจากค่าแรง ภาคใต้ เดิมมีการทอผ้าที่มีลักษณะเฉพาะของภาคใต้ เช่น ผ้าลายต่างๆ (ผ้าลายดอกพิกุล ลายราชวัตร ลายดอกมะลิ) ต่อมาการทอผ้าขาดผู้นิยมเท่าที่ควร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูการทอผ้าพื้นเมืองให้เป็นที่นิยมสูงขึ้น นอกจากนี้ยังได้โปรดเกล้าฯ ให้มีโครงการประดิษฐ์ดอกไม้จากเศษผ้าฝ้าย ผ้าไหม และผ้าชนิดต่างๆ รวมทั้งได้มีการส่งเสริมงานหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวภาคใต้อีกหลายอย่าง เช่น การสานเสื่อกระจูด การจักสานย่านลิเภา ซึ่งเป็นไม้เลื้อยที่มีอยู่ทั่วไปในภาคใต้ สามารถนำมาจักสานเป็นเครื่องมือเครื่องใช้หลายอย่าง เช่น กระเป๋าถือ ถาด พาน และที่รองแก้ว เป็นต้น
นอกจากโครงการส่งเสริมศิลปาชีพพิเศษตามท้องถิ่นทั่วๆ ไปแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังมีพระราชดำริจัดตั้งศูนย์ศิลปาชีพพิเศษ เป็นโครงการฝึกอบรมเกษตรกรขึ้นในเขตปฏิรูปที่ดิน อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษนี้ ใช้พื้นที่ประมาร 700 ไร่ เพื่อทำการฝึกอบรมเกษตรกรในท้องถิ่นใกล้เคียงในด้านศิลปาชีพนานาชนิด ตามความเหมาะสมของสภาพท้องถิ่น ในการจัดหาวัสดุและความถนัดของเกษตรกร บางชนิดอาจเป็นศิลปหัตถกรรมของท้องถิ่นอยู่แล้ว บางชนิดอาจนำมาดัดแปลงจากท้องถิ่นอื่นก็ได้ ศูนย์ฝึกอบรมอาชีพแห่งนี้ได้เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 แล้ว
สรุป 
กิจกรรมต่างๆ ในเรื่องศิลปาชีพนี้ ปัจจุบัน ได้ขยายผลออกไปอย่างกว้างขวางในแทบทุกจังหวัดของประเทศ เป็นผลให้ครอบครัวเกษตรกรหรือผู้ยากไร้โดยทั่วไป โดยเฉพาะครอบครัวที่มีลักษณะของการว่างงานแอบแฝง ได้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาจุนเจือครอบครัวให้มีความสุขตามอัตภาพได้เป็นอย่างดีระดับหนึ่ง สวนในด้านผลผลิตและฝีมือในการผลิตก็เพิ่มปริมาณและมีคุณภาพมากขึ้นเป็นลำดับ จนเป็นที่แพร่หลายและยอมรับกันแล้วทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
และสิ่งหนึ่งที่นอกเหนือจากผลแห่งความสำเร็จในการยกระดับรายได้ให้แก่ประชาชนก็คือ การกลับคืนมาแห่งศิลปวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทยที่กำลังสูญหายให้คงอยู่ได้ต่อไป
พระราชกรณียกิจดังกล่าวนี้ ได้แสดงให้ปรากฎชัดแจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระปรีชาสามารถและพระราชวิริยะอุตสาหะเป็นอย่างยิ่ง ที่จะทรงดำเนินการใดๆ ในทุกกรณีให้เป็นการสอดคล้องและสนับสนุนงานและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะสร้างความร่มเย็นเป็นสุขแก่พสกนิกรไทยและประเทศไทยสืบไป.

 

ที่มา http://www.rspg.or.th/special_articles/hm_king60/king_612-1.htm