โครงการในพระราชดำริ

โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอันเนื่องมาจากพะราชดำริ จังหวัดพิษณุโลก

   

โครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

25 กุมภาพันธ์ 2525 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนนเรศวร ที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทาน

“…พิจารณาวางแผนโครงการและก่อสร้างเขื่อน เก็บกักน้ำแควน้อยโดยเร่งด่วนในเขตอำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำแควน้อย และจัดหาน้ำสนับสนุนโครงการชลประทานพิษณุโลก และโครงการชลประทานเจ้าพระยาใหญ่ได้ผลอย่างสมบูรณ์ต่อไป …”

เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อยตอนล่างและ เพื่อเป็นแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูกทั้งในฤดูฝน และฤดูแล้งสำหรับพื้นที่เพาะปลูกในลุ่มน้ำแควน้อย พื้นที่ 155,166 ไร่ รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำเสริมการเพาะปลูกในฤดูแล้งของพื้นที่โครงการเจ้าพระยา

ลักษณะของโครงการ

การดำเนินการก่อสร้างตลอดระยะเวลา 9 ปี โครงสร้างหลัก ของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในปี 2554 ประกอบด้วยตัวเขื่อนหลัก 3 เขื่อนที่ ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ได้แก่ เขื่อนปิดช่องเขาขาด ลักษณะเป็นเขื่อนดินสูง 16 เมตร ยาว 640 เมตร เขื่อนแควน้อย เป็นเขื่อนหินทิ้งดาดหน้าคอนกรีตสูงจากพื้น 75 เมตร ยาว 681 เมตร และเขื่อนสันตะเคียน ลักษณะเป็นเขื่อนหินทิ้ง แกนดินเหนียวสูง 80 เมตรยาว 1,270 เมตร สามารถกักเก็บสูงสุด 939 ล้านลูกบาศก์เมตร และฝายทดน้ำฝายพญาแมน ต.บ้านยาง อ.วัดโบสถ์ อยู่ด้านล่างเขื่อนแควน้อยประมาณ 40 กม. ทำหน้าที่ทดน้ำแควน้อย ส่งน้ำเข้าสู่ระบบคลองชลประทาน ให้กับพื้นที่การเกษตร 155,166 ไร่ ในพื้นที่ 25 ตำบล 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวัดโบสถ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม

ผลสัมฤทธิ์ (ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ)

ดำเนินการก่อสร้างตลอดระยะเวลา 9 ปี โครงสร้างหลักๆ ของเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยเขื่อนแควน้อยฯได้ทำหน้าที่บรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยเขื่อนแควน้อยฯ ได้รับน้ำจากลำน้ำแควน้อย และลำน้ำภาค จาก อ.นครไทยและ อ.ชาติตระการ ที่ค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำท่าสูงสุดอยู่ที่ปีละ 1,691 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม. ) แต่ปี 2554 ที่ผ่านมา มีน้ำเข้าเขื่อนแควน้อยถึง 2,909 ล้านลบ.ม. เขื่อนแควน้อยได้กักเก็บน้ำสูงสุดในวันที่ 16 กันยายน 2554 ปริมาณน้ำขณะนั้น 959.91 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 102.2 % ของปริมาณกักเก็บสูงสุดที่กำหนดไว้ที่ 939 ล้านลบ.ม. และตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่มีน้ำมาก ระหว่างกันยายน-ตุลาคม 2554 เขื่อน แควน้อยได้เก็บน้ำไว้ที่ 100 % ซึ่งหากไม่มีเขื่อนแควน้อยช่วยกักเก็บน้ำลุ่มน้ำแควน้อย ที่เป็นลุ่มน้ำสาขาของแม่น้ำน่าน ในเขตเมืองพิษณุโลกอาจจะได้รับผลกระทบน้ำท่วมเขตเศรษฐกิจทั้งหมด เพราะช่วงเวลานั้นปริมาณน้ำแม่น้ำน่านมีสูงมาก ขึ้นสูงสุดมากกว่าน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2538 การบริหารจัดการน้ำต้องทำพร้อมกันเป็น รายชั่วโมง ระหว่างเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เขื่อนนเรศวร อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก และเขื่อนแควน้อยฯ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก เฉพาะเดือนกันยายน 2554 เดือนเดียว เขื่อนแควน้อยช่วยชะลอน้ำที่จะไหลลงสู่แม่น้ำน่าน และจะไหลเข้าท่วมเขตเมืองพิษณุโลกไว้ถึง 899 ล้านลบ.ม.

125_4

ที่มา: http://www.rid.go.th/